โรคตาแดง ติดต่ออย่างไร? เช็กอาการ วิธีรักษาและป้องกันการแพร่เชื้อ
ศูนย์ : ศูนย์จักษุ
บทความโดย : พญ. วิภาวี วงษ์ไชยคณากร
โรคตาแดง (Conjunctivitis) มักเกิดในช่วงฤดูฝนที่มีการระบาดอย่างรวดเร็ว โรคนี้ไม่เพียงก่อให้เกิดความระคายเคืองและเจ็บปวด แต่ยังส่งผลกระทบต่อการทำงาน การเรียน และการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมาก หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการตาแดง เคืองตา หรือน้ำตาไหล การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ และวิธีรักษาอย่างถูกต้องคือสิ่งสำคัญ
สารบัญ
โรคตาแดง (Conjunctivitis) เกิดจากอะไร?
โรคตาแดง (Conjunctivitis) หรือภาวะเยื่อบุตาอักเสบ เป็นโรคตาที่พบได้บ่อยมากในชีวิตประจำวัน สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็กที่มักมีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงมีโอกาสติดเชื้อและแพร่กระจายโรคได้ง่ายและรวดเร็วกว่ากลุ่มอื่น
โดยสาเหตุหลักของโรคตาแดง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
- เชื้อไวรัส (Viral Conjunctivitis) เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด มักเกิดการระบาดอย่างหนักในช่วงฤดูฝน เนื่องจากความชื้นและสภาพอากาศเอื้อต่อการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเชื้อ ไวรัสชนิดที่พบบ่อย ได้แก่ Adenovirus และ Enterovirus
- เชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Conjunctivitis) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด ซึ่งมักมีความรุนแรงของขี้ตามากกว่าการติดเชื้อไวรัส
โรคตาแดงติดต่อได้อย่างไร?
- การสัมผัสโดยตรงและสิ่งของร่วมกัน การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น การจับมือ การใช้ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว ปลอกหมอน แก้วน้ำ หรือการสัมผัสพื้นผิวที่ผู้ป่วยเคยจับไว้ เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู แล้วนำมือมาสัมผัสหรือขยี้ตาตนเอง
- น้ำสกปรกและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ฝุ่นละออง ละอองน้ำ หรือน้ำที่ไม่สะอาดเข้าตา รวมไปถึงการเล่นน้ำในสระว่ายน้ำ หรือลำคลองธรรมชาติในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค
- พาหะนำโรค ได้แก่ แมลงหวี่หรือแมลงวัน ที่บินมาตอมบริเวณดวงตา นำเชื้อโรคจากที่อื่นมาสู่เยื่อบุตา
- พฤติกรรมขยี้ตาแรงๆ ซึ่งการขยี้ตาอย่างรุนแรงเมื่อเกิดความระคายเคือง จนทำให้เกิดบาดแผลขนาดเล็กที่เยื่อบุตา ส่งผลให้เชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาและเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น
อาการโรคตาแดงแบบไหนเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรีย?
โรคตาแดงมักจะเริ่มแสดงอาการที่ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน แล้วจึงลามไปอีกข้างหนึ่งอย่างรวดเร็วภายใน 1-2 วัน อาการจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเชื้อที่เป็นสาเหตุ ดังนี้
- อาการติดเชื้อไวรัส ทำให้รู้สึกเคืองตา ตาขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อๆ มีน้ำตาไหลบ่อย เจ็บตา รู้สึกเหมือนมีฝุ่นอยู่ในตา มักไม่ค่อยมีขี้ตา หรือหากมีขี้ตาจะมีลักษณะเป็นเมือกใสๆ ปริมาณน้อย
- อาการติดเชื้อแบคทีเรีย จุดสังเกตสำคัญคือมีขี้ตาปริมาณมาก ลักษณะเหนียวข้น สีเหลือง หรือสีเขียว อาจทำให้ลืมตายากในตอนเช้าเนื่องจากขี้ตาแห้งกรังติดเปลือกตา ร่วมกับมีอาการปวดบวมบริเวณต่อมน้ำเหลืองหน้าใบหู
แนวทางและวิธีรักษาโรคตาแดงทำได้อย่างไร
วิธีรักษาโรคตาแดงตามสาเหตุดังนี้
-
การรักษาโรคตาแดงจากเชื้อไวรัส เน้นบรรเทาอาการและป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ได้แก่
- การใช้ยาหยอดตา หยอดเฉพาะตาข้างที่เป็นตามคำแนะนำเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และห้ามใช้ยาหยอดตาร่วมกับผู้อื่นโดยเด็ดขาด
- บรรเทาอาการปวดเคือง หากมีอาการเจ็บหรือเคืองตามาก สามารถทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล ได้ และควรสวมแว่นกันแดดเพื่อลดการระคายเคืองจากแสงแดด
- ทำความสะอาดขี้ตาอย่างถูกวิธี หากมีขี้ตา ให้ใช้สำลีชุบน้ำสะอาด (น้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว หรือน้ำเกลือปราศจากเชื้อ) เช็ดบริเวณเปลือกตาเบาๆ โดยเช็ดจากหัวตาไปหางตา และไม่ใช้สำลีชิ้นเดิมเช็ดซ้ำไปมา
- งดการใส่คอนแทคเลนส์และผ้าปิดตา ไม่ควรใช้ผ้าปิดตาเพราะจะทำให้เกิดความอับชื้นและเชื้อเจริญเติบโตได้ดี รวมถึงงดใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าอาการจะหายขาด
- พักผ่อนสายตา พักสายตามากๆ ไม่ขยี้ตาหรือทำให้ระคายเคืองเพิ่มขึ้น
-
การรักษาโรคตาแดงจากเชื้อแบคทีเรีย
หากเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย จักษุแพทย์จะพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ในรูปแบบยาหยอดตา หรือยาป้ายตา ซึ่งต้องใช้ติดต่อกันตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดแม้จะมีอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม
ข้อควรระวังสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ควรซื้อยาหยอดตามาใช้เองตามร้านขายยาโดยไม่ได้ผ่านการตรวจจากแพทย์ เพราะยาบางตัวมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรให้จักษุแพทย์เป็นผู้พิจารณาสั่งยาให้
วิธีป้องกันโรคตาแดงและการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น
- หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดอย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะหลังจากสัมผัสสิ่งของสาธารณะ
- หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า หรือขยี้ตา ทั้งของตนเองและผู้อื่น
- หากฝุ่น ละออง หรือแมลงเข้าตา ให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำเกลือทันที ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด
- หมั่นซักทำความสะอาดผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ปลอกหมอน และผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อนหรือตากแดดจัดอยู่เสมอ
- หากป่วยเป็นโรคตาแดง ควรงดเล่นน้ำในสระหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ และควรหยุดงาน หรือหยุดเรียนอย่างน้อย 3 วัน เพื่อลดการแพร่เชื้อ และพักสายตาอย่างเพียงพอ
คำถามที่พบบ่อยโรคตาแดง (FAQs)
1:โรคตาแดงกี่วันหาย และเมื่อไหร่ควรรีบไปพบแพทย์?
ตอบ: โดยทั่วไป โรคตาแดงที่เกิดจากเชื้อไวรัสมักจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนตาแดงจากแบคทีเรียจะเริ่มดีขึ้นหลังได้รับยาปฏิชีวนะประมาณ 2-3 วัน แต่หากมีอาการปวดตาอย่างรุนแรง ตาแพ้แสงมาก ตามัวลงอย่างชัดเจน หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที
2:เป็นโรคตาแดง สามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้ไหม?
ตอบ: ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์โดยเด็ดขาดในขณะที่เป็นโรคตาแดง เพราะคอนแทคเลนส์จะเพิ่มการสะสมของเชื้อโรค ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงขึ้น และอาจเกิดแผลกดทับที่กระจกตาได้ ควรงดใส่จนกว่าตาจะหายเป็นปกติอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และควรเปลี่ยนคอนแทคเลนส์คู่ใหม่ทันที
3:เพียงแค่เราจ้องตาคนที่เป็นโรคตาแดง จะทำให้ติดโรคได้จริงหรือไม่?
ตอบ: ไม่เป็นความจริง การจ้องตา หรือมองตาผู้ป่วยไม่สามารถทำให้ติดโรคตาแดงได้ เพราะเชื้อไม่ได้ติดต่อผ่านทางสายตาหรือการมองเห็น แต่โรคตาแดงติดต่อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำตา ขี้ตา หรือการสัมผัสสิ่งของที่เปื้อนเชื้อแล้วนำมาขยี้ตาตนเองเท่านั้น
โรคตาแดงเป็นภาวะเยื่อบุตาอักเสบที่พบได้บ่อยแต่ป้องกันได้ หากเรารู้เท่าทันสาเหตุและการติดต่อ ไม่ว่าจะเป็นจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย การสังเกตอาการโรคตาแดงอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามวิธีรักษาโรคตาแดงที่ถูกต้อง และหากมีอาการเกี่ยวกับดวงตาให้เข้าพบจักษุแพทย์ เพื่อรับการตรวจและรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์จักษุ
